แม่และเด็ก คู่มือที่ใช้ได้จริง
คาร์ซีท

กฎหมายคาร์ซีทเด็กในประเทศไทย: เกณฑ์อายุ ส่วนสูง และการเลือกคาร์ซีทให้ถูกต้องตามกฎจราจร

สรุปกฎหมายคาร์ซีทเด็กในไทยล่าสุด เกณฑ์อายุ ส่วนสูง และประเภทคาร์ซีทที่ถูกต้องตามกฎจราจร พร้อมวิธีเลือกซื้อมาตรฐาน มอก. และ ECE เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกรัก

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเดินทางด้วยรถยนต์พร้อมกับลูกน้อยเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ประเทศไทยมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้งานคาร์ซีทเด็ก (kids car seat) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก ๆ การทำความเข้าใจข้อกฎหมายจราจรที่ถูกต้องและการเลือกประเภทคาร์ซีทให้เหมาะสมกับสรีระของลูก ไม่เพียงแต่ช่วยหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมายและค่าปรับเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องชีวิตของลูกรักจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน

ทำความเข้าใจกฎหมายจราจรว่าด้วยการใช้คาร์ซีทในประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ของประเทศไทย ได้มีการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการใช้งานที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี หรือมีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อาจต้องระวางโทษปรับทางกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ทั้งนี้ อัตราค่าปรับจริงและการบังคับใช้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในแต่ละช่วงเวลา ผู้ปกครองจึงควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่ากฎหมายจะระบุข้อกำหนดขั้นต่ำไว้เพื่อบังคับใช้ในวงกว้าง แต่ในทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้ปกครองไม่ควรยึดเพียงเกณฑ์อายุตามกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีอัตราการเจริญเติบโตและสรีระที่แตกต่างกันอย่างมาก การเลือกและใช้งานคาร์ซีทจึงควรพิจารณาจากน้ำหนักตัว ส่วนสูง และพัฒนาการทางร่างกายของเด็กเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์นิรภัยจะสามารถรองรับและปกป้องร่างกายของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเกิดแรงกระแทก

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

Chicco Myfit Zip Air Car Seat คาร์ซีท เด็กเล็ก เด็กโต อายุ 1+ ขวบ รับน้ำหนัก 11-50กก. ผ้า3Dระบายอากาศ ดีเยี่ยม Isofix ซิป Zip
Chicco Chicco Myfit Zip Air Car Seat คาร์ซีท เด็กเล็ก เด็กโต อายุ 1+ ขวบ รับน้ำหนัก 11-50กก. ผ้า3Dระบายอากาศ ดีเยี่ยม Isofix ซิป Zip ฿19,585.00฿28,995.00 ดูสินค้า →
Beige คาร์ซีท คาร์ซีทเด็ก 360°หมุนได้ ISOFIX+เข็มขัดนิรภัย มีหลังคา ปลอดภัย บุฟองน้ำ เหมาะเด็ก0-12ปี
Beige Beige คาร์ซีท คาร์ซีทเด็ก 360°หมุนได้ ISOFIX+เข็มขัดนิรภัย มีหลังคา ปลอดภัย บุฟองน้ำ เหมาะเด็ก0-12ปี ฿2,399.00฿3,999.00 ดูสินค้า →
Beige คาร์ซีท เบาะเด็กรถยนต์ คาร์ซีทพกพา คาร์ซีทนิรภัยสำหรับเด็ก เบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์ ที่นั่งเด็กในรถ 0-12 ปี Baby Car Seat Kids Safety Seat
Beige Beige คาร์ซีท เบาะเด็กรถยนต์ คาร์ซีทพกพา คาร์ซีทนิรภัยสำหรับเด็ก เบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์ ที่นั่งเด็กในรถ 0-12 ปี Baby Car Seat Kids Safety Seat ฿268.82฿869.00 ดูสินค้า →
คาร์ซีท คาร์ซีทพกพา เบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์ ที่นั่งเด็กในรถ เบาะเด็กรถยนต์ 9 เดือน ถึง 12 ปี Baby Car Seat Safety Seat
No Brand คาร์ซีท คาร์ซีทพกพา เบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์ ที่นั่งเด็กในรถ เบาะเด็กรถยนต์ 9 เดือน ถึง 12 ปี Baby Car Seat Safety Seat ฿159.00฿320.00 ดูสินค้า →
คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี ทำความสะอาดง่าย
Bewell คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี ทำความสะอาดง่าย ฿4,797.18฿4,943.93 ดูสินค้า →
คาร์ซีทเด็กโต เบาะนิรภัย Car seat คาร์ซีทเด็กเล็ก คาร์ซีทสำหรับเด็ก เบาะรองคาร์ซีท มี4สี คาร์ซีทพกพา เบาะนั่งในรถ คาซีทเด็ก คาร์ซีทรถยนต์
No Brand คาร์ซีทเด็กโต เบาะนิรภัย Car seat คาร์ซีทเด็กเล็ก คาร์ซีทสำหรับเด็ก เบาะรองคาร์ซีท มี4สี คาร์ซีทพกพา เบาะนั่งในรถ คาซีทเด็ก คาร์ซีทรถยนต์ ฿55.00฿119.00 ดูสินค้า →
bebelock | เบาะเสริมคาร์ซีทเด็ก ISOfix พกพาสะดวก ใช้งานง่าย
bebelock bebelock | เบาะเสริมคาร์ซีทเด็ก ISOfix พกพาสะดวก ใช้งานง่าย ฿3,032.00฿3,321.00 ดูสินค้า →
bebelock | ที่นั่งเสริมสำหรับเด็กใช้ในรถยนต์ ช่วยเพิ่มความสูง
bebelock bebelock | ที่นั่งเสริมสำหรับเด็กใช้ในรถยนต์ ช่วยเพิ่มความสูง ฿2,083.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

นอกจากนี้ กฎหมายยังเปิดช่องให้มีวิธีการป้องกันอันตรายในรูปแบบอื่นสำหรับกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ เช่น รถยนต์บางประเภทที่ไม่มีจุดยึดที่เหมาะสม หรือในกรณีที่มีข้อจำกัดทางสรีระหรือสุขภาพของเด็ก อย่างไรก็ตาม การใช้คาร์ซีทที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกวิธียังคงเป็นแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนยอมรับว่าสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงและการเสียชีวิตของเด็กได้ดีที่สุด

ประเภทของคาร์ซีทที่ถูกต้องตามกฎหมายและเหมาะสมตามพัฒนาการ

การเลือกซื้อคาร์ซีทให้ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัยต่อลูกน้อย จำเป็นต้องเลือกประเภทที่สอดคล้องกับพัฒนาการและขนาดร่างกายของเด็ก โดยทั่วไปคาร์ซีทจะถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามช่วงวัย น้ำหนัก และส่วนสูง เพื่อให้การปกป้องสรีระที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ของเด็กเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด

คาร์ซีทเด็ก

คาร์ซีทแบบหันหน้าไปด้านหลัง (Rear-Facing) สำหรับทารกและเด็กเล็ก

คาร์ซีทประเภทนี้ออกแบบมาสำหรับทารกแรกเกิดจนถึงเด็กเล็กที่มีอายุประมาณ 2 ปี หรือจนกว่าเด็กจะมีน้ำหนักและส่วนสูงเกินเกณฑ์ขั้นสูงที่ผู้ผลิตคาร์ซีทรุ่นนั้น ๆ กำหนดไว้ การติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางด้านหลังมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างกระดูกต้นคอ สันหลัง และกล้ามเนื้อของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับแรงกระแทกมหาศาลจากการชนทางด้านหน้าได้

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้าไปด้านหลังจะช่วยกระจายแรงกระแทกไปทั่วบริเวณแผ่นหลัง ไหล่ และศีรษะของเด็กอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งช่วยประคองศีรษะและลำคอไม่ให้สะบัดไปทางด้านหน้า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและกุมารแพทย์จึงแนะนำให้เด็กนั่งคาร์ซีทแบบหันหลังให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเด็กเอง

คาร์ซีทแบบหันหน้าไปด้านหน้า (Forward-Facing) และเบาะเสริม (Booster Seat)

เมื่อเด็กมีอายุ น้ำหนัก หรือส่วนสูงเกินกว่าเกณฑ์ที่คาร์ซีทแบบหันหลังจะรองรับได้แล้ว จึงจะสามารถเปลี่ยนมาใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางด้านหน้าได้ ซึ่งโดยทั่วไปมักเริ่มใช้ในเด็กวัยหัดเดินที่มีโครงสร้างร่างกายและกระดูกคอที่แข็งแรงขึ้น คาร์ซีทประเภทนี้จะใช้ระบบสายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด (5-point harness) เพื่อยึดร่างกายของเด็กให้อยู่กับที่อย่างแน่นหนา ป้องกันไม่ให้ตัวเด็กพุ่งไปข้างหน้าเมื่อเกิดการเบรกกะทันหันหรือการชน

สำหรับเด็กโตที่เริ่มมีส่วนสูงมากขึ้นแต่ยังไม่ถึง 135 เซนติเมตร (ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้คาร์ซีทหรือเบาะเสริม) การใช้งานเบาะเสริมหรือบูสเตอร์ซีท (Booster Seat) ถือเป็นสิ่งจำเป็น บูสเตอร์ซีททำหน้าที่ยกระดับร่างกายของเด็กให้สูงขึ้น เพื่อให้เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดที่ติดตั้งมากับรถยนต์พาดผ่านตำแหน่งที่ปลอดภัย นั่นคือพาดผ่านกระดูกไหปลาร้าและสะโพก แทนที่จะพาดผ่านลำคอหรือหน้าท้อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่ออวัยวะภายในหากเกิดอุบัติเหตุ

มาตรฐานความปลอดภัยและเครื่องหมายรับรองที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อ

การเลือกคาร์ซีทที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รูปแบบภายนอกเท่านั้น แต่ผู้ปกครองต้องตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและเครื่องหมายรับรองอย่างละเอียด ในประเทศไทย ควรเลือกซื้อคาร์ซีทที่ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐานของประเทศเรียบร้อยแล้ว

นอกจากมาตรฐาน มอก. แล้ว มาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายและเป็นที่นิยมในตลาดไทย ได้แก่ มาตรฐานยุโรป ECE R44/04 และมาตรฐาน ECE R129 (หรือที่รู้จักกันในชื่อ i-Size) มาตรฐานเหล่านี้มีการทดสอบที่เข้มงวด โดยเฉพาะมาตรฐาน ECE R129 ที่เพิ่มการทดสอบการชนจากด้านข้าง และใช้เกณฑ์ส่วนสูงของเด็กในการจำแนกประเภทคาร์ซีท ซึ่งช่วยลดความสับสนในการเลือกขนาดที่เหมาะสมให้กับผู้ปกครอง

ก่อนการตัดสินใจซื้อทุกครั้ง ผู้ปกครองควรตรวจสอบป้ายกำกับสีส้มหรือสติกเกอร์แสดงข้อมูลมาตรฐานที่ติดอยู่บนตัวคาร์ซีทอย่างละเอียด เพื่อยืนยันช่วงน้ำหนักหรือส่วนสูงที่ผลิตภัณฑ์รองรับ และควรหลีกเลี่ยงการซื้อคาร์ซีทที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยที่ชัดเจน หรือซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับสินค้าลอกเลียนแบบหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจไม่สามารถปกป้องลูกน้อยได้จริงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้งาน

แม้ว่าคุณจะเลือกซื้อคาร์ซีทที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม แต่หากมีการใช้งานหรือติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง ประสิทธิภาพในการปกป้องลูกน้อยอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต่อไปนี้คือข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งผู้ปกครองควรตรวจสอบอย่างละเอียด

  • การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง: การติดตั้งคาร์ซีทไม่ว่าจะด้วยระบบ ISOFIX หรือการใช้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานของรถยนต์และคู่มือของผู้ผลิตคาร์ซีทอย่างเคร่งครัด ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการติดตั้งที่หลวมเกินไป ผู้ปกครองสามารถทดสอบความแน่นหนาได้โดยการลองเขย่าคาร์ซีทตรงบริเวณจุดยึด หากคาร์ซีทขยับเขยื้อนไปซ้าย-ขวาหรือหน้า-หลังได้เกินกว่า 1 นิ้ว (ประมาณ 2.5 เซนติเมตร) แสดงว่าการติดตั้งยังไม่แน่นหนาพอ และต้องทำการปรับสายรัดหรือจุดยึดใหม่
  • คาร์ซีทมือสองและคาร์ซีทที่หมดอายุ: แม้ว่ากฎหมายจราจรของไทยจะไม่ได้ห้ามการใช้งานคาร์ซีทมือสองโดยตรง แต่ในแง่ความปลอดภัยถือว่ามีความเสี่ยงสูง คาร์ซีทมีอายุการใช้งานที่จำกัด โดยทั่วไปวัสดุพลาสติกและโฟมซับแรงกระแทกจะเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา (มักมีอายุการใช้งานประมาณ 6-10 ปีนับจากวันผลิต) นอกจากนี้ คาร์ซีทมือสองอาจเคยผ่านอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน ซึ่งโครงสร้างภายในอาจเกิดรอยร้าวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากพบว่าคาร์ซีทหมดอายุ ชำรุด หรือเคยผ่านอุบัติเหตุรุนแรงมาแล้ว ควรหยุดใช้งานทันทีและไม่ควรนำกลับมาใช้อีก
  • การให้เด็กนั่งเบาะหน้า: การติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าเป็นสิ่งอันตรายอย่างยิ่งเนื่องจากระบบถุงลมนิรภัย (Airbag) หากเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยจะพองตัวออกด้วยความเร็วและแรงสูง ซึ่งอาจกระแทกเข้ากับคาร์ซีทหรือตัวเด็กโดยตรง ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ แนะนำให้ติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะหลังเสมอ หากมีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าไปทางด้านหน้าไว้ที่เบาะหน้า จะต้องเลื่อนเบาะรถยนต์ไปด้านหลังให้สุด และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าได้รับการปิดใช้งานเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายคาร์ซีท (FAQ)

ไม่ใช้คาร์ซีทแต่ให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ผิดกฎหมายหรือไม่?

หากเด็กยังมีอายุไม่เกิน 6 ปี หรือมีส่วนสูงไม่ถึง 135 เซนติเมตร การให้เด็กคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่โดยตรงโดยไม่มีคาร์ซีทหรือเบาะเสริม ถือว่าผิดกฎหมายจราจรทางบกของไทย และที่สำคัญคือไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ออกแบบมาสำหรับสรีระของผู้ใหญ่ที่มีส่วนสูงตั้งแต่ 150 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อนำมาใช้กับเด็ก สายเข็มขัดมักจะพาดโดนบริเวณลำคอและหน้าท้อง หากเกิดการเบรกกะทันหันหรือเกิดการชน แรงดึงของเข็มขัดอาจรัดคอหรือก่อให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงต่ออวัยวะภายในและกระดูกสันหลังของเด็กได้

คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิง (Backless Booster) ใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่?

เบาะเสริมแบบไม่มีพนักพิงหรือ Backless Booster สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับเด็กโตที่มีสรีระ น้ำหนัก และส่วนสูงผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่ผู้ผลิตกำหนด (โดยทั่วไปคือส่วนสูงตั้งแต่ 100-110 เซนติเมตรขึ้นไป) อย่างไรก็ตาม ในแง่ของความปลอดภัยสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำให้ใช้เบาะเสริมแบบมีพนักพิงสูง (High-back Booster) เนื่องจากมีโครงสร้างช่วยปกป้องศีรษะ ลำคอ และแผ่นหลังจากการชนด้านข้าง รวมถึงช่วยประคองสายเข็มขัดนิรภัยให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตลอดเวลาแม้ในยามที่เด็กนอนหลับ

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์