แม่และเด็ก คู่มือที่ใช้ได้จริง
วิตามินและโภชนาการเด็ก

วิตามินซีสำหรับเด็ก ยี่ห้อไหนดี? วิธีเลือกให้เหมาะกับวัย พร้อมรีวิว Hi-Cee 100

คู่มือเลือกวิตามินซีสำหรับเด็กให้เหมาะกับช่วงวัย พร้อมคำแนะนำการใช้ hi cee 100 อย่างปลอดภัย ข้อควรระวังในการป้อน และวิธีเช็กสัญญาณเมื่อลูกขาดวิตามินซี

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกวิตามินซีสำหรับเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยและพัฒนาการของลูกน้อย ถือเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของเด็ก อย่างไรก็ตาม การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในท้องตลาดที่มีอยู่มากมายหลายรูปแบบ ทั้งแบบหยด แบบน้ำ แบบเคี้ยวอย่างผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง hi cee 100 หรือแบบเยลลี่ จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่ของปริมาณที่เหมาะสม ความปลอดภัยในการกลืน และพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละวันของเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ทำไมเด็กถึงต้องการวิตามินซี และสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจได้รับไม่เพียงพอ

วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหารภายนอกเท่านั้น ในทางโภชนาการเด็ก วิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงและพัฒนาการทางสมอง นอกจากนี้ วิตามินซียังมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนเพื่อสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ผิวหนัง หลอดเลือด และกระดูกอ่อน ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในประเทศไทย ซึ่งมักเป็นช่วงที่เด็กๆ มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคและเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น

สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าเด็กกำลังขาดหรือได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ มักสังเกตได้จากพฤติกรรมการกินและอาการแสดงทางร่างกาย เด็กที่มีพฤติกรรมเลือกกิน (Piky Eater) ไม่ยอมรับประทานผักใบเขียวหรือผลไม้สดเลย มีโอกาสสูงที่จะได้รับวิตามินซีต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ หากสังเกตพบว่าลูกมีอาการเหงือกบวมแดง มีเลือดออกตามไรฟันได้ง่าย ผิวแห้งกร้าน แผลหายช้ากว่าปกติ หรือมีอาการอ่อนเพลียและเจ็บป่วยบ่อยครั้ง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่าร่างกายของเด็กอาจต้องการวิตามินซีเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

Hicee 100 วิตามิน C 100 mg ชนิดอม วิตามินสำหรับเด็ก ไฮซี วิตามินซี วิตามินซีสินค้าแท้จากบริษัท
HICEE Hicee 100 วิตามิน C 100 mg ชนิดอม วิตามินสำหรับเด็ก ไฮซี วิตามินซี วิตามินซีสินค้าแท้จากบริษัท ฿12.00 ดูสินค้า →
HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี [4 เม็ด] วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก
HICEE HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี [4 เม็ด] วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก ฿47.00฿63.00 ดูสินค้า →
Hicee 100 mg Vitamin C 4 เม็ดต่อแผง (ไฮซี 100) วิตามินซี สำหรับเด็ก ชนิดอม
HICEE Hicee 100 mg Vitamin C 4 เม็ดต่อแผง (ไฮซี 100) วิตามินซี สำหรับเด็ก ชนิดอม ฿160.00 ดูสินค้า →
HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี [สินค้ามีให้เลือก 3 แบบ] วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก
HICEE HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี [สินค้ามีให้เลือก 3 แบบ] วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก ฿210.00฿305.00 ดูสินค้า →
HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี - วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก
HICEE HICEE 100 mg. Vitamin C ไฮซี วิตามินซี - วิตามินซีแบบอม วิตามินซีเด็ก ฿210.00฿305.00 ดูสินค้า →
Hicee 100 Sweetlets วิตามินซีชนิดอม รสส้ม ทานง่าย เสริมภูมิ ป้องกันหวัด สำหรับเด็กและผู้ใหญ่
HICEE Hicee 100 Sweetlets วิตามินซีชนิดอม รสส้ม ทานง่าย เสริมภูมิ ป้องกันหวัด สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ฿89.00฿100.00 ดูสินค้า →
ไฮซี 100 สวีทเลทส์ ยาเม็ดวิตามินซี 100 มก. ชนิดอม 200 เม็ด Hicee 100 Sweetlets Vitamin C Tablets 100 mg 200 Tabs.
HICEE ไฮซี 100 สวีทเลทส์ ยาเม็ดวิตามินซี 100 มก. ชนิดอม 200 เม็ด Hicee 100 Sweetlets Vitamin C Tablets 100 mg 200 Tabs. ฿582.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรยึดหลักการโภชนาการแบบ “อาหารจริงมาก่อน” (Food First) เสมอ วิตามินซีจากธรรมชาติที่อยู่ในผลไม้ไทย เช่น ฝรั่ง มะละกอสุก ส้ม หรือผักใบเขียว เป็นแหล่งสารอาหารที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมควรเป็นเพียงตัวเลือกสำรองในกรณีที่เด็กไม่สามารถรับประทานอาหารหลักได้เพียงพอ มีภาวะทุพโภชนาการ หรือได้รับคำแนะนำและการประเมินจากกุมารแพทย์แล้วว่ามีความจำเป็นต้องเสริมเท่านั้น การใช้วิตามินซีเสริมโดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจทำให้เด็กได้รับปริมาณสารอาหารที่เกินความจำเป็นโดยไม่เกิดประโยชน์เพิ่มเติม

วิธีเลือกวิตามินซีสำหรับเด็กให้เหมาะกับแต่ละวัย

การเลือกซื้อวิตามินซีเสริมอาหารให้ปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องพิจารณาจากช่วงอายุและพัฒนาการทางร่างกายของเด็กเป็นหลัก เนื่องจากโครงสร้างช่องปาก ความสามารถในการบดเคี้ยว และระบบการกลืนของเด็กในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันอย่างมาก การเลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับวัยอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรง เช่น การสำลักหรือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ

hi cee 100

ทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี)

สำหรับเด็กในวัยทารกและเด็กเล็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ปี แหล่งสารอาหารหลักที่ดีที่สุดคือนมแม่ นมผงดัดแปลงสำหรับทารก และอาหารเสริมตามวัยที่บดละเอียดตามขั้นตอนพัฒนาการ โดยทั่วไปแล้ว เด็กที่ได้รับนมและอาหารเสริมอย่างสมดุลจะได้รับวิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานวิตามินซีเสริมใดๆ เพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับคำสั่งและอยู่ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด

หากกุมารแพทย์ประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นต้องเสริมวิตามินซี ผู้ปกครองต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปแบบหยด (Drops) หรือรูปแบบของเหลวเท่านั้น ห้ามให้เด็กในวัยนี้รับประทานวิตามินซีในรูปแบบเม็ดเคี้ยว เม็ดอม หรือเยลลี่โดยเด็ดขาด เนื่องจากระบบการเคี้ยวและการกลืนของเด็กเล็กยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการสำลักหรือเม็ดยาติดคอจนอุดกั้นทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ในการป้อนวิตามินซีแบบของเหลว ผู้ปกครองต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์และคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยต้องคำนวณปริมาณยาที่ป้อนอย่างแม่นยำตามน้ำหนักตัวหรืออายุของเด็ก เพื่อป้องกันการได้รับสารอาหารเกินขนาด

เด็กวัยเรียน (4-12 ปี)

เมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียนตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป พัฒนาการด้านการบดเคี้ยวและการกลืนจะเริ่มมีความพร้อมและใกล้เคียงกับผู้ใหญ่มากขึ้น เด็กในกลุ่มวัยนี้จึงสามารถรับประทานวิตามินซีได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น รูปแบบเม็ดเคี้ยว (Chewable) รูปแบบเยลลี่ (Gummy) หรือรูปแบบผงชงดื่ม ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและลดแรงต้านในการรับประทานยาของเด็กได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่ผู้ปกครองต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษสำหรับเด็กวัยเรียนคือ การตรวจสอบปริมาณน้ำตาลหรือสารให้ความหวานทดแทนที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะวิตามินซีในรูปแบบเยลลี่และเม็ดเคี้ยวรสผลไม้ ซึ่งมักจะมีการแต่งกลิ่น รสชาติ และเติมน้ำตาลในปริมาณสูงเพื่อให้เด็กรับประทานได้ง่าย การได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันทำให้ฟันผุได้ง่ายแล้ว ยังอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการติดหวานและความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินในเด็กอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรรวมปริมาณวิตามินซีที่เด็กได้รับจากอาหารประจำวันและจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อตรวจสอบไม่ให้ยอดรวมเกินขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายยอมรับได้ในแต่ละวัน (Tolerable Upper Intake Level) ของเด็กในแต่ละช่วงอายุ

แนะนำวิตามินซีสำหรับเด็กในตลาดประเทศไทย และวิธีพิจารณาเลือกซื้อ

ในตลาดประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์วิตามินซีสำหรับเด็กให้เลือกซื้อหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติ จุดเด่น และข้อจำกัดในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจลักษณะของแต่ละผลิตภัณฑ์จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

รู้จัก Hi-Cee 100 วิตามินซีแบบเคี้ยวและสิ่งที่ต้องตรวจสอบ

ผลิตภัณฑ์ hi cee 100 เป็นหนึ่งในวิตามินซีรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่ผู้ปกครองในประเทศไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยทั่วไปในหนึ่งเม็ดจะมีปริมาณวิตามินซี 100 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนที่สามารถเคี้ยวและกลืนเม็ดยาได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว รสชาติส้มที่แต่งให้ออกหวานอมเปรี้ยวช่วยให้เด็กยอมรับประทานได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้สึกเหมือนกำลังกินยา

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อ hi cee 100 หรือผลิตภัณฑ์เม็ดเคี้ยวแบรนด์อื่นๆ ผู้ปกครองจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลบนฉลากข้างบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียดเพื่อยืนยันช่วงอายุที่เหมาะสมของเด็กที่สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบส่วนประกอบอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น สีสังเคราะห์ สารแต่งกลิ่น รสชาติเทียม หรือสารกันเสีย รวมถึงข้อจำกัดในการใช้งานสำหรับเด็กที่มีโรคประจำตัวบางประเภท เช่น โรคพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PD Deficiency) นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่เสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรเลือกซื้อผ่านร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำคอยให้คำปรึกษา หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่เป็นร้านค้าทางการ (Official Store) ของแบรนด์โดยตรง

วิตามินซีแบบหยดและแบบน้ำสำหรับเด็กเล็ก

วิตามินซีรูปแบบของเหลว ไม่ว่าจะเป็นแบบหยดเข้มข้นหรือแบบยาน้ำเชื่อม เป็นรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เด็กเล็กที่ยังไม่สามารถเคี้ยวหรือกลืนยาเม็ดได้

  • ข้อดี: สามารถปรับปริมาณการป้อนได้อย่างละเอียดและแม่นยำตามคำแนะนำของแพทย์ เหมาะสำหรับเด็กที่กลืนยากหรือไม่ยอมเคี้ยว
  • ข้อจำกัด: วิตามินซีในรูปแบบของเหลวมีแนวโน้มที่จะทำปฏิกิริยากับอากาศและแสงแดดได้ง่าย ทำให้มีอายุการใช้งานหลังเปิดขวดที่สั้นกว่ารูปแบบเม็ด และบางยี่ห้ออาจมีเงื่อนไขการเก็บรักษาที่เข้มงวด เช่น ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเวลาหรือต้องเก็บในขวดสีชาเพื่อป้องกันแสง
  • สิ่งที่ต้องตรวจสอบ: ผู้ปกครองควรตรวจสอบความชัดเจนของขีดวัดปริมาตรบนหลอดหยด (Dropper) หรือถ้วยตวงยาที่แถมมากับผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการตวงยา และต้องตรวจสอบส่วนประกอบอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ในเด็กเล็ก เช่น กลูเตน นม ถั่วเหลือง หรือสารกันบูด

วิตามินซีแบบเยลลี่และแบบชงดื่ม

สำหรับเด็กที่รับประทานยากหรือปฏิเสธการกินยาทั่วไป วิตามินซีรูปแบบเยลลี่และแบบชงดื่มถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากเข้าถึงเด็กได้ง่าย

  • แบบเยลลี่: มีเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวง่ายและมีรสชาติอร่อยคล้ายขนม ทำให้เด็กๆ ชื่นชอบและยอมรับประทานโดยไม่ต่อต้าน แต่ข้อควรระวังสำคัญคือ ผู้ปกครองต้องเก็บผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไว้ในที่มิดชิดและพ้นมือเด็กอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเด็กอาจเข้าใจผิดว่าเป็นขนมทั่วไปและแอบหยิบมารับประทานเองในปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้ได้รับวิตามินซีและน้ำตาลเกินขนาดจนเกิดอันตรายได้
  • แบบชงดื่ม: มักมาในรูปแบบผงหรือเม็ดฟู่ชงละลายน้ำ เหมาะสำหรับเด็กที่ชอบดื่มน้ำหวานหรือมีปัญหาในการกลืนเม็ดเคี้ยว สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบคืออุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการชง โดยต้องใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็นเท่านั้น ห้ามใช้น้ำร้อนจัดในการชงเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนจะทำลายโครงสร้างทางเคมีและประสิทธิภาพของวิตามินซีลงอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ผู้ปกครองต้องตรวจสอบก่อนซื้อและข้อควรระวังในการให้วิตามินซี

ความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในเด็กเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ ก่อนที่ผู้ปกครองจะนำวิตามินซีชนิดใดก็ตามให้ลูกรับประทาน ควรมีขั้นตอนการตรวจสอบและตระหนักถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของเด็ก

การตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยก่อนซื้อ ผู้ปกครองต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยอย่างถูกต้อง โดยสังเกตเลขทะเบียน อย. ที่ระบุบนฉลากอย่างชัดเจน ตรวจสอบวันผลิต (MFG) และวันหมดอายุ (EXP) เสมอ ตลอดจนตรวจสอบสภาพบรรจุภัณฑ์ภายนอกว่าต้องปิดสนิท ไม่มีรอยฉีกขาด รอยรั่วซึม หรือฝาเกลียวถูกเปิดออกก่อนถึงมือคุณ

ความปลอดภัยของปริมาณการใช้งาน แม้ว่าวิตามินซีจะเป็นวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำ ซึ่งหากร่างกายได้รับเกินความต้องการก็จะสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่การให้เด็กได้รับวิตามินซีในปริมาณที่สูงเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารของเด็กได้ โดยอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไตเนื่องจากการสะสมของออกซาเลต ผู้ปกครองจึงควรให้เด็กรับประทานตามปริมาณที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด และไม่ควรเพิ่มปริมาณเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

ปฏิกิริยากับยาอื่นและโรคประจำตัว หากเด็กมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต หรือโรคพร่องเอนไซม์ G6PD หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาประจำตัว หรือยารักษาโรคอื่นๆ เป็นประจำ ผู้ปกครองจำเป็นต้องปรึกษากุมารแพทย์หรือเภสัชกรก่อนที่จะเริ่มให้อาหารเสริมวิตามินซีแก่เด็ก เนื่องจากวิตามินซีอาจเข้าไปรบกวนการดูดซึมหรือประสิทธิภาพในการรักษาของยาเหล่านั้นได้

การเก็บรักษาเพื่อคงคุณภาพ สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีความร้อนและความชื้นสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพและเปลี่ยนสีได้ง่าย ผู้ปกครองควรเก็บขวดวิตามินซีไว้ในที่แห้ง เย็น พ้นจากแสงแดดโดยตรง และปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้งาน ที่สำคัญที่สุดคือต้องเก็บให้พ้นสายตาและพ้นมือเด็กเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหยิบกินเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิตามินซีสำหรับเด็ก (FAQ)

วิตามินซีช่วยป้องกันไข้หวัดในเด็กได้จริงหรือไม่?

ตามหลักฐานทางวิชาการทางการแพทย์ วิตามินซีไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอเป็นประจำจะมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงของอาการหวัดและช่วยให้ระยะเวลาในการเจ็บป่วยสั้นลงได้เล็กน้อยเมื่อเด็กเกิดเป็นหวัด ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมอาหารไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์หรือยาแผนปัจจุบันเมื่อเด็กมีอาการป่วยรุนแรงได้

ควรให้ลูกกินวิตามินซีเวลาไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการให้เด็กรับประทานวิตามินซีคือ พร้อมกับมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ การรับประทานในช่วงที่ท้องว่างอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารในเด็กบางรายจนทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือแน่นท้องได้ นอกจากนี้ การรับประทานวิตามินซีร่วมกับมื้ออาหารยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่เด็กรับประทานเข้าไปในมื้อนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

เด็กที่กินผักและผลไม้ทุกวันยังจำเป็นต้องกินวิตามินซีเสริมไหม?

หากเด็กสามารถรับประทานอาหารได้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ และรับประทานผักผลไม้สดที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะเขือเทศ หรือบรอกโคลี เป็นประจำทุกวันในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายของเด็กจะได้รับวิตามินซีตามธรรมชาติอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องซื้อวิตามินซีสังเคราะห์มาเสริมเพิ่มเติมแต่อย่างใด ยกเว้นในกรณีที่เด็กมีภาวะเจ็บป่วย อยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย หรือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นเท่านั้น

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์